S! Formula1
spaceหน้าแรก
spaceเว็บบอร์ด เว็บบอร์ดฟอร์มูล่าวัน
spaceข่าวเด่นทั่วไป
spaceF-1 2008 Season
spaceF-1 Learning
spaceเทคนิคคนรักรถ
spaceเกาะติดขอบสนาม
spaceOn The Road
spaceสีสันกรังด์ปรีซ์
spaceCar - Pretty
spaceWallpaper
helper end
spaceหน้าแรก > เทคนิคคนรักรถ
spaceรถสำหรับคนเมือง
เชฟโรเลต อาวีโอ รถเล็กเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร ให้ความคล่องตัวสูง เหมาะกับการใช้งานในเมือง ได้เผยโฉมไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ผลตอบรับในช่วงเปิดตัว 3 วันแรก กวาดยอดจองไปกว่า 1,400 คัน ปัจจุบันมียอดจองประมาณ 3,500 คัน ส่งมอบไปแล้วราว 2,500 คัน ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในกลุ่มตลาดซีดานแบบคอมแพ็คท์ เป็นรถผลิตในประเทศไทยที่โรงงานจังหวัดระยอง เพื่อจำหน่ายในเมืองไทยและส่งออกไปขายยัง 6 ประเทศอาเซียน

รูปทรงภายนอกของ อาวีโอ ทำได้น่ารักทีเดียว มีความทันสมัย เป็นฝีมือการออกแบบโดยสำนักอีตัลดีไซน์ จูจาโร ชิ้นส่วนที่ตัวรถจะเป็นสีเดียวทั้งคันในสไตล์คัลเลอร์คีย์ ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า-หลัง กระจกมองข้าง ที่เปิดประตู ฯลฯ ทางเชฟโรเลตได้จัดบิ๊ก- ทริปสำหรับการทดสอบให้กับผู้สื่อข่าวกว่า 80 ชีวิต โดยใช้รถทั้งสิ้น 33 คัน เพื่อที่จะได้รับทราบข้อมูลในแง่มุมต่างๆ ของรถเล็กพริกขี้หนูคันนี้อย่างครบถ้วน

การทดสอบเริ่มต้นที่มอเตอร์สปอร์ตแลนด์ตั้งแต่ในช่วงเช้า หลังจากฟังบรีฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อุ่นเครื่องด้วยการขับฉวัดเฉวียนไปบนแทร็คที่ใช้สำหรับแข่งขันรถคาร์ทคนละ 1 รอบ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับตัวรถก่อนที่จะออกผจญภัยโดยที่เราไม่รู้จุดหมายว่าจะไปที่ใดกันบ้าง

ในครั้งนี้เราเดินทางโดยการใช้สื่อจากเสียงในซีดีคล้ายกับฟังรายการวิทยุที่ประกอบไปด้วยสาระน่ารู้ซึ่งต้องใช้เป็นข้อมูลในการเดินทางและเล่นเกมต่างๆ สลับกับการฟังเพลงเพราะๆ หลากหลายรูปแบบ

ในช่วงแรกเรามุ่งหน้าสู่พัทยาโดยใช้ทางด่วนลอยฟ้า บางนา-บางปะกง แล้วแยกเข้าสู่มอเตอร์เวย์ ก่อนจะแวะพักรับประทานอาหารกลางวันกันที่ริมทะเลแถวพัทยาเหนือ

การเดินทางช่วงนี้ ส่วนใหญ่จะทำเวลาได้บ้าง บางช่วงเราลองใช้ความเร็วที่ 150-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สลับกับการใช้งานในสภาพการจราจรที่คับคั่งในบริเวณที่มีการก่อสร้างขยายถนน

อาวีโอเป็นรถที่นั่งสบายทีเดียว ทัศนวิสัยรอบตัวทำได้ดี ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุคุณภาพสูง ออกแบบทันสมัย เบาะหลังกว้างมาก ผู้ใหญ่ 3 คนเข้าไปนั่งได้อย่างสบาย ในรุ่นท็อปที่ตั้งราคา ไว้ 635,000 บาท อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้มาครบ โดยแทบไม่ต้องไปติดตั้งอะไรเพิ่มเติมภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงคุณภาพดี ซีดีแบบ 6 แผ่นพร้อม MP3 แอร์แบ็ก 2 ข้างซ้าย-ขวาที่ด้านหน้า ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง ระบบเบรกเอบีเอสและระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ฯลฯ ในขณะที่ราคาเริ่มต้นในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ตั้งไว้ที่ 510,000 บาท แต่อุปกรณ์ต่างๆ ก็จะลดลงไป

สิ่งที่ต้องขอชมคือ ระบบรองรับแบบ Euro Ride เซตมาดีทีเดียว ความนุ่มนวล การยึดเกาะถนนในขณะเร่งแซงหรือเปลี่ยนเลน ดูดซับการสั่นสะเทือนบนผิวถนนที่ชำรุด ฟันธงได้เลยว่าทำได้ดีที่สุดในรถขนาดเดียวกัน ขณะที่ใช้ความเร็วประมาณ 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงรบกวนจากภายนอกอยู่ในระดับที่ต่ำ ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ยางแท่นเครื่องแบบไฮดรอลิก3 จุด เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงจากเครื่องยนต์

ระบบปรับอากาศที่มีตัวกรองอากาศมาให้พร้อม ให้ความเย็นตลอดการเดินทาง แม้ว่ารถทดสอบจะไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง และแดดในวันนั้นเจิดจ้าตลอดทั้งวัน

การเดินทางในช่วงแรกประมาณ 160 กิโลเมตร น้ำมันที่เติมไว้เต็มถัง 45 ลิตร หมดไปประมาณ 1 ใน 4 ถัง เหลือระยะทางที่ต้องวิ่งในวันนี้อีกราว 240 กิโลเมตร ซึ่งเราคำนวณคร่าวๆ ว่าน้ำมันที่เหลืออยู่น่าจะพาเราไปถึงเขื่อนคลองท่าด่าน จังหวัดนครนายก โดยไม่ต้องแวะเติมเชื้อเพลิงระหว่างทาง

เราออกเดินทางช่วงที่สองอีกประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับขาไป บางช่วงพอจะทำความเร็วได้บ้าง ก่อนจะถึงจุดพักรถกลางมอเตอร์เวย์ เพื่อเปลี่ยนผู้ขับและเล่นเกม น้ำมันเหลืออยู่ประมาณครึ่งถัง ที่เราต้องใช้เดินทางต่อไปอีกราว 160 กิโลเมตร

ช่วงสุดท้ายเราวิ่งบนมอเตอร์เวย์แล้วแยกเข้าสู่วงแหวนรอบนอกมุ่งสู่นครนายก รถเยอะทีเดียว อาวีโอยังคงพาเราวิ่งฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างจอแจได้เป็นอย่างดี พอเข้าช่วงรังสิต-องครักษ์ไปสักระยะหนึ่งถนนเริ่มว่าง เรากลับมาใช้ความเร็วกันอีกครั้ง สภาพสองข้างทางวิ่งตีคู่ขนานไปกับน้ำที่เอ่ออยู่ริมถนนแบบปริ่มๆ ตลอด

ที่ความเร็วสูงๆ รถยังคงมีความมั่นคงในการขับขี่ แต่การเพิ่มความเร็วหรือช่วงที่ต้องเร่งแซงต้องใช้เวลาสักหน่อย เรามาถึงเขื่อนคลองท่าด่านตอน 5 โมงเย็นทันเวลาชมพระอาทิตย์ตกในบรรยากาศของทะเลสาบเหนือเขื่อนที่อากาศเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาว ให้ความสุขกับผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมไม่น้อยทีเดียว...หายเหนื่อยกับการที่ต้องนั่งอยู่ในอาวีโอทั้งวันเป็นระยะทางร่วม 400 กิโลเมตร เข็มน้ำมันแตะอยู่เหนือขีดสุดท้ายเล็กน้อย คำนวณคร่าวๆ ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน่าจะอยู่ที่ประมาณ 12-14 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่ถึงกับประหยัดมากมายแต่ก็ไม่กินน้ำมัน
จนคบไม่ไหว

เครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร 94 แรงม้า เพียงพอต่อการใช้งานโดยทั่วไป อัตราเร่งอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง พออาศัยในการเดินทางไกลแบบที่ไม่รีบร้อนนัก แต่ถ้าเพิ่มความจุเป็น 1.6 ลิตร คาดว่าตัวเลขต่างๆ น่าจะดีขึ้นทั้งในแง่ความประหยัดเชื้อเพลิง การเร่งแซงทำได้โดยที่เราไม่ต้องเค้นกำลังมากเพื่อฉุดลากตัวรถขนาด 1.1 ตัน ให้ทะยานไปข้างหน้า รวมไปถึงความสนุกในการขับขี่ที่เพิ่มมากขึ้นจากการตอบสนองรวดเร็วทันใจ แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

"สนับสนุนเนื้อหาโดย"

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
spaceเทคนิคคนรักรถ

หัวข้อรถมาสด้า3 E20 ขานรับนโยบายรัฐด้านพลังงานทดแทน
หัวข้อครั้งเดียวในรอบปี เที่ยวสงกรานต์สบายใจกับรายการ มาสด้า "M Day"
หัวข้อVOLVO S80 เอส 60 ขนาดใหญ่ขึ้น
หัวข้อพรหมประสิทธิ์ ทรานสมิทชั่น เจ้าตำนานเกียร์ออโต้
หัวข้อขับสนุกหัวใจสปอร์ต

[มีต่อ]

 

.