S! Formula1
 
spaceหน้าแรก
spaceข่าว
spaceเว็บบอร์ด new
spaceF-1 2008 Season
spaceF-1 Learning
spaceเกาะติดขอบสนาม F-1
spaceOn The Road
spaceGallery
spaceคลิปเด็ดกีฬามันส์
spaceWallpaper
helper end
spaceหน้าแรก > On the Road
spaceLandmania บนเส้นทางที่ยากจะถอนตัว
อวิรุทธิ์ ลีละวัฒน์



ใครจะไปคาดมาก่อนว่ารถยนต์ซึ่งมีพื้นฐานแนวคิดผลิตเพื่อเกษตรกรรมตามท้องไร่ท้องนา รวมทั้งการใช้งานสารพัดประโยชน์ไม่ต่างจาก ‘อีแต๋น’ ในบ้านเรา จะพัฒนาคุณภาพขึ้นมาเป็นยนตรกรรม แถวหน้ามีราคาสูงลิ่วในปัจจุบันและนี่เองที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งหลงรักในความบึกบึน งดงาม และตรงไปตรงมาตามเอกลักษณ์ของรถยนต์แดนอังกฤษอย่างแลนด์โรเวอร์ จนถอนตัวไม่ขึ้นเอ็ม-อวิรุทธิ์ ลีละวัฒน์ หนุ่มวัย 37 ปี คืออีกคนหนึ่งที่อยู่ในข่าย แม้ว่าวัยวุฒิของเขาอาจจะไม่เทียบเท่า Once Upon a Time หลายคนที่เคยผ่านตาบนคอลัมน์นี้ แต่ถ้าเทียบด้วยความเก๋าและหัวใจที่ทุ่มเทให้กับแลนด์โรเวอร์อย่างลุ่มหลง ผมว่าผมคงเลือกคนไม่ผิดแน่ๆ

“ผมเคยปูเตียงให้ภรรยานอนในรถคันนี้มาแล้ว” เอ็มอธิบายสรรพคุณของ Land Rovers FC (Forward Control) ปี 1968 แลนด์โรเวอร์คันใหญ่ไซส์พิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในราชการทหาร ในเมืองไทยน่าจะเหลือไม่ถึง 20 คัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่ต้องบูรณะ แต่กับเอฟซีของเอ็มคันนี้ บอกได้คำเดียวว่าสมบูรณ์เต็มร้อย สตาร์ททีเดียวติด แถมเจ้าของยังรักถึงขนาดสร้างโรงเก็บให้โดยเฉพาะอีกด้วย

“ฟอร์เวิร์ดคอนโทรลคันนี้เป็นรุ่นหายากมาก ผมไปเจอโดยบังเอิญที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าของเขาเอามาถวายไว้นานแล้ว แต่ตอนที่ไปเจอมันวิ่งไม่ได้ ผุทั้งคัน หลวงพ่อเขากำลังให้ลูกวัดรื้อทำเป็นรถบรรทุก พอเห็นปั๊บผมพุ่งเข้าไปหาเลย เหมือนมันกำลังกวักมือเรียกเรา ผมเลยติดต่อขอถวายเงินให้วัดไป 50,000 บาท แล้วรีบจ้างรถเครนมายกขึ้นรถบรรทุกขนกลับกรุงเทพฯมาเลย

“รถคันนี้มีประวัติ ตอนที่ผมทำเสร็จใหม่ๆ ก็อยากจะเอาไปร่วมงานกับชมรมแลนด์โรเวอร์ที่หัวหิน แต่ช่วงนั้น ภรรยาผมท้องแก่พอดี จะทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ ก็เป็นห่วง ผมจึงเอาที่นอนปูด้านหลังรถ ให้ภรรยานอนจากกรุงเทพฯไปหัวหิน ใครเห็นก็อิจฉาว่าแฟนผมตีตั่วนอนมาคนเดียว”

ใช่จะมีแต่คันนี้เพียงคันเดียวซะเมื่อไหร่บนที่ดิน20 กว่าไร่ ย่านรังสิตคลอง 15 ของเขานั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แลนด์โรเวอร์ขนาดย่อมๆ เพราะเต็มไปด้วยแลนด์โรเวอร์ซีรีส์ต่างๆ ทั้งของเอ็มและของเพื่อนๆ ที่นำมาฝากจอดเรียงรายหลายสิบคัน

“หลังจากผมเข้าเป็นสมาชิกของชมรมแลนด์โรเวอร์ไทยแลนด์ ก็ทำให้ได้รู้จักเรื่องราวของแลนด์โรเวอร์อีกเยอะแยะ และมีกิจกรรมหนึ่งที่สมาชิกจะจัดรวมกันปีละหน คือ Land Rover Lover Days แต่ที่ผ่านมาก็จะเป็นการรวมตัวกันธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาก็วนเวียนมาถึงวาระที่ผมต้องเป็นแม่งาน เราก็นั่งคิดอยู่นานว่าจะจัดที่ไหนดี สุดท้ายก็มาลงที่บ้านตัวเอง”

แน่นอนว่าถ้าเป็นแลนด์โรเวอร์แล้วคงธรรมดาไม่ได้ เอ็มจึงลงทุนขับรถแทรกเตอร์ไถปรับที่ดินของตัวเองให้เป็นสนามออฟโรด เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวแลนด์โรเวอร์ทั้งหลายได้ทดลองสมรรถนะ ซึ่งก็ไม่เป็นที่ผิดหวัง ในปีนั้นมีการชุมนุมรถแลนด์โรเวอร์นับร้อยคันทีเดียว

“หลังจากนั้นก็มีเพื่อนที่รู้ว่าผมรักรถ เอารถมาฝากไว้หลายคัน บางคนก็ทั้งฝากทั้งวานให้ช่วยซ่อม พอถึงวันอาทิตย์ก็จะมาเอาออกไปขับเล่นซะทีหนึ่ง ซึ่งก็ชุลมุนมาก ต้องถอยรถเข้าออกกันทีละเป็นสิบคัน” ชายหนุ่มเล่าด้วยท่าทางมีความสุข ความชอบในแลนด์โรเวอร์ของเอ็มนั้นเริ่มต้นเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว กับแลนด์โรเวอร์ ซีรีส์ 3 ปี 1971 ที่เขาซื้อมาเองด้วยน้ำพักน้ำแรง

“ความจริงแล้วผมรู้จักกับแลนด์โรเวอร์มานาน เพราะคุณพ่อทำสวนอยู่ปักษ์ใต้ ก็ใช้รุ่นซีรีส์ 2 มาตั้งแต่ก่อนผมเกิด แต่ตอนเด็กเรายังไม่ได้คิดอะไรมาก มองแค่ว่ามันเป็นรถประจำบ้าน คันนั้นเครื่อง 2,200 ซีซี พอเข้าช่วงวัยรุ่นผมก็ดัดแปลง เอาเครื่องญี่ปุ่นมาวางไปหลายยี่ห้อทั้งนิสสัน อีซูซุ แต่พอถึงตอนนี้กลับรู้สึกเสียดายมากที่ไปทำลายรถขนาดนั้น ก็กำลังจะตามอะไหล่ต่างๆ ให้กลับมาเป็นออริจินัลให้มากที่สุด”

และด้วยความที่เขาออกตามหาแลนด์โรเวอร์ รุ่นเก่าที่ถูกทิ้งร้าง นำกลับมาบูรณะ ดุจดังพ่อพระที่ตามอุปถัมภ์เด็กกำพร้า บ่อยครั้งที่เขามีโอกาสไปเจอกับรถรุ่นหายากแบบไม่คาดฝัน แถมยังได้มาแบบฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียสตางค์สักแดงอีกด้วย

“เจอที่ไหนก็พยายามถามหาเจ้าของ บางคันก็อยู่ในสุสานรถเก่า ขอซื้อเขาบ้าง แต่ที่เขาให้มาฟรีๆ ก็มี อย่างซีรีส์ 1 คันที่ไม่มีกระบะท้ายผมเห็นจอดทิ้งอยู่หน้าบ้าน ยางแบนก็เอาแม่แรงไปงัด เหมือนไปเก็บขยะให้เขา ก็เอามาทำใหม่จนใช้งานได้ ช่วงนั้นแลนด์โรเวอร์เก่าๆ ยังไม่มีคนสนใจ ผมเองพลาดไปหลายคันเพราะเงินไม่พอ”

แหล่งตามของ อะไหล่เก่าแลนด์โรเวอร์จะอยู่แถววงเวียนโอเดียนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแม้เอ็มจะบ้านไกลถึงลำลูกกาแต่ก็ต้องแวะมาบ่อยๆ เดือนละหลายครั้ง “แลนด์โรเวอร์ ส่วนใหญ่เป็นรถที่ใช้ในหน่วยราชการ พอเขาปลดระวางก็จะเอามาประมูลขาย แต่เราคงเข้าไปไม่ถึงวงใน ก็ต้องไปซื้อต่อเขามาอีกที อย่างบางคันก่อนประมูลเขาจะถอดอะไหล่หลายชิ้นออกไป ทำให้รถดูเก่าๆ แล้วประมูลมาในราคาคันละ 10,000 กว่าบาท แต่เอามาขายต่อ 50,000-60,000 บาท ส่วนอะไหล่ก็จะมาอยู่ตามวงเวียนโอเดียนนี่แหละ” เอ็มอธิบายถึงการเดินทางของรถแลนด์โรเวอร์รุ่นเก่าๆ จากภาครัฐสู่มือเอกชน

ติดตามอ่านเรื่องราวที่เหลือ ของชายหนุ่ม ที่หลงใหลใน Landmania บนเส้นทางที่ยากจะถอนตัว..ได้ใน

"สนับสนุนเนื้อหาโดย"

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
spaceOn the Road

หัวข้อฮอนด้าจัด เรซซิ่ง เฟส มอเตอร์สปอร์ตเฟสติวัล
หัวข้อTOYOTA COROLLA ALTIS รถซีดานขนาดเล็กระดับบน
หัวข้อHONDA ACCORD 3.5 V6 ปลอดภัยใน 275 แรงม้า
หัวข้อMINI COOPER CLUBMAN มินิสไตล์สเตชั่นแวกอน
หัวข้อรถมาสด้า3 E20 ขานรับนโยบายรัฐด้านพลังงานทดแทน
หัวข้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ180 ซีดีไอ ตัวเล็ก ใจใหญ่
หัวข้อลูกค้าแห่จองรถมาสด้าล้นงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป
หัวข้อมาสด้าเอาใจลูกค้ารับเงื่อนไขราคา E20 ทันที
หัวข้อมาสด้า ประเทศไทย คว้ารางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม 2 ปีซ้อน
หัวข้อPORSCHE 911 3.3 TURBO S

[มีต่อ]

 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: Landmania บนเส้นทางที่ยากจะถอนตัว

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 1

  1. Re: Landmania บนเส้นทางที่ยากจะถอนตัว

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

.