สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
S! Formula1
spaceหน้าแรก
spaceข่าว
spaceเว็บบอร์ด new
spaceF-1 2008 Season
spaceF-1 Learning
spaceเกาะติดขอบสนาม F-1
spaceOn The Road
spaceGallery
spaceคลิปเด็ดกีฬามันส์
spaceWallpaper
helper end
spaceหน้าแรก > F1 Learning
spaceน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel)
เป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงที่ว่าแม้จะมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะยกระดับเทคโนโลยีของรถแข่งเอฟวันให้ดีขึ้นตลอดเวลา ทว่าในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น กลับน่าแปลกไม่น้อยที่น้ำมันที่รถเอฟวันใช้กันทุกวันนี้แทบไม่ได้แตกต่างจากน้ำมันที่รถบ้านใช้กันเลย

FIA กำหนดให้มีการนำตัวอย่างของน้ำมันมาตรวจสอบทั้งก่อน และ ระหว่างแข่งขัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของน้ำมัน

ตัวเลขอันหนึ่งที่น่าทึ่งก็คือ ในฤดูกาลแข่งขันหนึ่งๆนั้น ทีมแข่งแต่ละทีมจะใช้น้ำมันไปกว่า 200,000 ลิตร ไม่ว่าจะในการทดสอบสิ่งต่างๆ หรือ สำหรับการแข่ง ว่ากันว่าน้ำมันของทีมแข่งเดียวกันเองยังมีส่วนผสมที่แทบจะไม่ซ้ำกันเลย ขึ้นอยู่กับสภาพของสนาม หรือบางทีขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเลยด้วยซ้ำ

น้ำมันที่ยิ่งมีคุณภาพสูงเท่าไหร่ สามารถจะทำให้รถมีพละกำลังได้มากขึ้นเท่านั้น แต่อัตราการสึกหรอของเครื่องยนต์ก็จะสูงขึ้นด้วย

การเข้าพิตเพื่อเติมน้ำมันในระหว่างที่มีการแข่งขัน กลายเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการวางแผนเพื่อคว้าชัยชนะในแต่ละสนามไปแล้ว ท่อเติมน้ำมันจะถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้คล่องแคล่ว และ ปลอดภัยมากที่สุด อัตราการจ่ายน้ำมันผ่านท่อน้ำมันที่ปลอดภัยควรจะอยู่ที่ตัวเลข 12 ลิตร/วินาที

น้ำมันเครื่อง ก็เป็นสิ่งที่เราควรจะพูดถึงเช่นกัน ไม่ได้เพียงแค่มีหน้าที่หล่อลื่นเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว เรายังสามารถนำน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วจากการแข่งขันมาวิเคราะห์หาข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้อีก การวิเคราะห์ที่ว่านี้จะทำกันแบบสนามต่อสนามเพื่อจะวิเคราะห์ดูเขม่าของโลหะที่เจือปนอยู่เพื่อตรวจสอบถึงอัตราการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ถูกใช้งานไป

HANS

คำๆนี้ย่อมาจาก Head and Neck support system เป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ถูกคิดค้นขึ้น และ ใช้งานในมอเตอร์สปอร์ตเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่กับการแข่งรถเอฟวันนั้น HANS เพิ่งจะมีหน้าที่เด่นชัดขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2003

หน้าที่ของ HANS ก็คือ การลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับศรีษะ และ คอ ขอนักแข่ง ซึ่งถือเป็นอันตรายที่มักจะทำให้นักแข่งเสียชีวิต แม้จะมีหน้าที่ในการช่วยเซฟชีวิตของนักแข่ง คล้ายกับอุปกรณ์จำพวกถุงลมนิรภัย หรือ เข็มขัดนิรภัย ตามรถบ้านทั่วๆไป ทั้งนี้ HANS ถูกออกแบบมาให้ต้องมีเซนเซอร์อีเล็คทรอนิคส์ให้น้อยที่สุด

รู้จัก HANS กันสักนิดว่า มันถูกคิดค้นโดย ดร. โรเบิร์ต ฮับบาร์ด (Dr. Robert Hubbard) ในช่วงกลางทศวรรษที่ 80 โดยงานประจำของ ดร.ฮับบาร์ด นั้นก็คือการทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย มิชิแกน สเตท ประเทศสหรัฐอเมริกา

หลักการพื้นฐานของ HANS นั้นง่ายๆไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ช่วงลำตัวของนักแข่งดูจะได้รับการปกป้องไว้อย่างแน่นหนาพอแล้ว ทว่าในส่วนของศรีษะ และ คอ นั้น กลับยังดูไม่ได้รับการปกป้องอย่างที่ควรจะเป็น

ในขณะที่นักแข่งสวมหมวกกันน็อกนั้น น้ำหนักของมันจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอทำงานหนักมากขึ้น และในยามที่เกิดอุบัติเหตุ อาการอย่างเช่น คอเคล็ด จึงเกิดขึ้นกับนักแข่งเสมอๆ

นับตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับอดีตแชมป์โลก 2 สมัยอย่าง มิก้า ฮัคคิเน่น ที่ ออสเตรเลีย ในปี 1995 (มิก้า ได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นกะโหลกศรีษะร้าว) FIA และ เดมเลอร์ไครส์เลอร์ จึงได้ริเริ่มโครงการเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดที่จะปกป้องศรีษะของนักแข่งจากอุบัติเหตุที่รุนแรง

มีการเสนอให้ติดตั้งถุงลมนิรภัย หรือ อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอื่นๆเพิ่มเติม แต่หลังจากการวิจัยค้นคว้าอย่างละเอียดก็พบว่า การพัฒนา HANS คือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักแข่งเอฟวัน


หมวกกันน็อก (Helmets)

หากเราคิดถึงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยของรถแข่งเอฟวัน เชื่อแน่ว่า หมวกกันน็อก ต้องได้รับการนึกถึงเป็นลำดับแรกๆเป็นแน่

ว่ากันว่าแม้รูปแบบของหมวกกันน็อกในปัจจุบันกับหมวกที่ใช้ในช่วงทศวรรษที่ 70 หรือ 80 จะมีรูปโฉมที่ไม่ค่อยต่างจากเดิมมากนัก ทว่าในแง่ของเทคโนโลยีการผลิต กลับพัฒนารุดหน้าก้าวไกลไปมาก

ในปี 1985 มีการบันทึกไว้ว่าหมวกกันน็อกที่ใช้ในการแข่งขันเอฟวันทั่วๆไปมีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัม อย่างไรก็ดีในขณะที่แข่งขัน น้ำหนักของหมวกกันน็อกไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขนั้น เพราะมันจะมีค่า g เพิ่มขึ้นในขณะที่เข้าโค้ง และทำให้นักแข่งส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บกันบริเวณศรีษะ และ คอ ค่อนข้างเยอะ

หากเทียบกันแล้ว หมวกกันน็อกในยุคปัจจุบันแข็งแรงกว่าหมวกสมัยเก่ามาก แต่กลับมีน้ำหนักที่เบากว่าเยอะเช่นกัน โดยมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 1.25 กิโลกรัม ภายในหมวกจะมีการบุวัสดุพิเศษหลายชั้น เพื่อที่จะสามารถรองรับแรงกระแทกปริมาณมหาศาลได้

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีความพยายามในการออกแบบรูปทรงของหมวกกันน็อกสำหรับเอฟวันให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น หลักอากาศพลศาสตร์ได้ถูกคำนึงถึงในการออกแบบเช่นกัน

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าสีสันหมวกกันน็อกที่ดูงดงามนั้น ปัจจุบันนี้หมวกทุกใบยังได้รับการลงสีด้วยมือจากจิตรกรผู้มีความชำนาญ นักแข่งสามารถจะมีหมวกกันน็อกได้ไม่จำกัดสี และ จำนวนที่จะใช้งาน

FIA ได้เผยว่าพวกเขามีโครงการที่จะพัฒนาหมวกกันน็อกในยุคปัจจุบันให้เป็น สุดยอดหมวกกันน็อก สำหรับอนาคตข้างหน้าของการแข่งขันเอฟวัน นอกจากเรื่องของความปลอดภัยที่จะต้องดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว การใช้งานร่วมกันกับ HANS ก็จะต้องสนับสนุนกันเป็นอย่างดีด้วย
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
space F-1 Learning

หัวข้อชีวิตที่ปราศจาก Launch control
หัวข้อน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel)
หัวข้อเครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ (Engine/ gearbox)
หัวข้ออุปกรณ์ของนักแข่ง (Driver’s clothing)
หัวข้อความรู้เกี่ยวกับการแข่งขันเอฟวัน (Understanding the sport)

[มีต่อ]
 

.