|
|
เครื่องยนต์ และ ระบบส่งกำลังของรถเอฟวันสมัยใหม่ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ร้อนแรง และ ได้รับความสนใจอย่างมาก ที่สำคัญการขับเคี่ยวระหว่างทีมแข่งต่างๆเกี่ยวกับจุดนี้ก็เข้มข้นเสมอมา
ว่ากันว่าทุกวันนี้การพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ มีแรงผลักดันสำคัญจากวลีอมตะที่อดีตตำนานวิศวกรยานยนต์ผู้ยิ่งใหญ่และล่วงลับไปแล้วก็คือ เฟอร์ดินานด์ ปอร์เช่ เคยกล่าวไว้ก็คือ รถแข่งที่ดีที่สุดคือรถที่เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก และจากนั้นก็จะแตกพังเป็นเสี่ยงๆ
การออกแบบเครื่องยนต์ในยุคนี้จึงเน้นไปที่การสร้างสมดุลย์ให้เกิดขึ้นระหว่างเครื่องยนต์ที่ให้กำลังมหาศาล แต่ก็ต้องทนทานนานพอสำหรับการวิ่งจนครบการแข่งขัน
ถ้าเราได้เห็นวิวัฒนาการในเรื่องพละกำลังของเครื่องยนต์ในรถแข่งเอฟวันจากอดีตจนปัจจุบัน เราจะทึ่งไปกับมันไม่น้อย
ย้อนกลับไปในทศวรรษที่ 50 รถแข่งเอฟวันในเวลานั้นสามารถจะรีดพลังออกมาที่ 100 bhp/litre ตัวเลขที่ว่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อกาลเวลาผ่านไป
เมื่อถึงยุคของเครื่องยนต์เทอร์โบรุ่งเรือง กำลังที่ได้จากเครื่องเอฟวันมีขนาดที่ 750 bhp/litre และมีแนวโน้มว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆด้วย จนกระทั่งในปี 1989 ที่มีแนวคิดจะให้กีฬาเอฟวันกลับคืนสู่สามัญ ตัวเลขนั้นเลยลดลง ก่อนจะเพิ่มสูงกลับขึ้นมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้
อย่างไรก็ดีความพยายามที่จะทำให้เครื่องยนต์มีกำลังที่มากเกินพอดี ก็พบได้ในทุกการแข่งขัน ที่รถแข่งของทีมแข่งบางทีมมักจะมีปัญหาต้องออกจากการแข่งขันอยู่บ่อยๆเพราะเครื่องพังนั่นเอง สำหรับตัวเลขรอบที่เครื่องยนต์ในรถแข่งเอฟวันทำได้นั้น อยู่ที่ประมาณ 18,000 รอบต่อนาที
การสร้างเครื่องยนต์เอฟวันในยุคปัจจุบัน เน้นไปที่ความกระทัดรัดและน้ำหนักที่เบาขึ้น ขณะเดียวกันก็ควรจะอยู่ต่ำที่สุดที่จะเป็นได้เพื่อให้รถมีแรงดึงดูดต่อจุดศูนย์กลางมากขึ้น
ระบบเกียร์ในรถแข่งเอฟวันยุคนี้ ล้วนเป็นแบบออโตเมติกทั้งสิ้น โดยนักแข่งสามารถจะเปลี่ยนเกียร์ได้บนพวงมาลัยที่ออกแบบมาอย่างไฮเทค อย่างไรก็ดีในปี 2004 FIA ได้มีมติไม่ให้บรรดาทีมแข่งติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกบางอย่างต่อนักแข่งเช่น launch control กับตัวรถ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าอย่างน้อยที่สุด นักแข่งก็ต้องแตะกันทุกคนอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงของการออกสตาร์ท
และอย่างที่ทราบกันดีว่าในปี 2004 FIA ยังได้ออกกฏใหม่ขึ้นมาเกี่ยวกับเครื่องยนต์โดยคำนึงถึงความสิ้นเปลืองของทีมแข่งต่างๆ เมื่อมีการกำหนดว่าทีมแข่งแต่ละทีมจะสามารถใช้เครื่องยนต์ได้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นตลอดทั้งสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน รวมถึงการฝึกซ้อม และ ในรอบคัดเลือก โดยมีข้อยกเว้นบางอย่างเช่น หากนักแข่งคนใดต้องการจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ก่อนหน้าที่จะเริ่มการแข่งขัน นักแข่งรายนั้นจะต้องยอมถูกร่นอันดับในการออกสตาร์ทจริงลงไปอีก 10 อันดับจากอันดับที่ทำได้ในรอบคัดเลือก
ธง (Flags)
เจ้าหน้าที่ในแต่ละจุดของสนาม จะมีธงหลายๆสีอยู่กับตัว โดยธงเหล่านี้จะถูกใช้ในการสื่อสารกับนักแข่ง ซึ่งความหมายของธงแต่ละสีนี้เป็นเช่นไร มาดูกันครับ
1. ธงตราหมากรุก (Chequered flag) เมื่อมีธงนี้ขึ้นมาหมายความว่าการแข่งขันได้จบสิ้นแล้ว ในการแข่งขันจริง ธงนี้จะถูกใช้เมื่อมีนักแข่งทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ ขณะเดียวกันรถที่ไล่หลังมาจากนั้นทุกคันก็จะได้รับการตีธงให้เช่นกัน
2. ธงเหลือง (Yellow flag) ธงนี้ใช้สื่อถึงว่ามีอันตรายเกิดขึ้น อาทิเช่น มีรถจอดขวางทางอยู่ด้านหน้า หากเจ้าหน้าที่สนามตีธงเหลืองนี้เป็นจำนวน 1 ครั้ง นั่นหมายความว่าต้องการให้รถแข่งในสนามใช้ความเร็วลดลง แต่ถ้าหากเป็นการตีธงเหลืองพร้อมกัน 2 อัน หมายความว่านักแข่งจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการบังคับรถหยุดนิ่งทุกขณะถ้ามีความจำเป็น
ทั้งนี้ในช่วงที่มีสัญญาณธงเหลืองขึ้นมา ห้ามไม่ให้มีการแซงกันเกิดขึ้น
3.ธงเขียว (Green flag) มีความหมายว่าการแข่งขันสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ หลังจากมีธงเหลืองแสดงขึ้นก่อนหน้านั้น
4.ธงแดง (Red flag) ธงนี้ใช้เป็นสัญญาณว่าการแข่งขันได้ยุติลงชั่วขณะ เนื่องจากมีอุบัติเหตุ หรือ สภาพสนามเกิดได้รับความเสียหาย
5.ธงน้ำเงิน (Blue flag) ธงนี้ใช้สำหรับเตือนนักแข่งว่า รถของนักแข่งคนนั้นๆกำลังจะโดนน็อกรอบ และนักแข่งคนดังกล่าวจะต้องยอมให้รถที่ไล่หลังมาแซงผ่านขึ้นไป
ทั้งนี้หากนักแข่งคนใดไม่ปฏิบัติตามเมื่อมีธงน้ำเงินถูกแสดงขึ้นมาให้เห็นอย่างน้อย 3 ครั้งแล้ว นักแข่งคนนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะโดนทำโทษ
6.ธงเหลืองคาดแดง (Yellow and red striped flag)
เป็นการเตือนนักแข่งทุกคนว่าสภาพพื้นสนามในเวลานี้กำลังลื่น อาจจะเป็นเพราะคราบของน้ำมันเครื่อง หรือ มีแอ่งน้ำขังอยู่
7.ธงดำมีวงกลมสีส้มล้อมรอบ (Black with orange circle flag) หากธงนี้ปรากฏขึ้นเมื่อไหร่ จะมีตัวเลขขึ้นมาบนธงนั้นด้วย โดยรถคันที่มีหมายเลขตรงกับเลขบนธง ถูกเตือนให้ทราบว่ารถคันนั้นกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบต่างๆ และจำเป็นต้องกลับเข้าพิตในทันที
8.ธงสีดำครึ่งหนึ่งสีขาวครึ่งหนึ่ง (Half black, half white flag) หากธงนี้ปรากฏขึ้นเมื่อไหร่ จะมีตัวเลขขึ้นมาเช่นกัน โดยรถคันที่มีหมายเลขบนธง ถูกเตือนให้ทราบว่ารถคันนั้นได้แสดงความไม่มีน้ำใจนักกีฬาออกมา และหากยังมีการกระทำดังกล่าวเกิดซ้ำอีก เจ้าหน้าที่อาจจะโชว์ธงสีดำให้รถคันนั้นแทน
9.ธงสีดำ (Black flag) ธงนี้ จะบอกว่ารถคันไหนที่จะต้องกลับเข้าพิตในทันที และอาจหมายถึงการที่รถที่เบอร์ปรากฏอยู่บนธงถูกสั่งให้ออกจากการแข่งขันได้เช่นกัน
10.ธงขาว (White flag) ธงนี้ใช้เตือนว่ามีรถช้าอยู่ข้างหน้า
|
|
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
|
F-1 Learning |
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: เครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ (Engine/ gearbox)
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 183
Re: เครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ (Engine/ gearbox)
Re: เครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ (Engine/ gearbox)
Re: เครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ (Engine/ gearbox)
Re: เครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ (Engine/ gearbox)
Re: เครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ (Engine/ gearbox)
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์