สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
S! Formula1
 
spaceหน้าแรก
spaceข่าว
spaceเว็บบอร์ด new
spaceF-1 2008 Season
spaceF-1 Learning
spaceเกาะติดขอบสนาม F-1
spaceOn The Road
spaceGallery
spaceคลิปเด็ดกีฬามันส์
spaceWallpaper
helper end
spaceหน้าแรก > F1 Learning
spaceการฝึกซ้อม และ ลงแข่งรอบคัดเลือก (Practice and qualifying)
ในการแข่งขันแต่ละสนาม นักแข่งแต่ละคน จะได้รับอนุญาตให้นำรถลงฝึกซ้อมได้ไม่นับรวมการแข่งขันจริงคนละ 6 ครั้งด้วยกัน แบ่งเป็น ซ้อม 2 ครั้งๆละ 1 ชั่วโมงในวันศุกร์ (ยกเว้น โมนาโก กรังด์ปรีซ์ ที่จะเป็นวันพฤหัสบดี) และซ้อมอีก 2 ครั้งๆละ 45 นาทีในวันเสาร์ บวกกับ 1 รอบคัดเลือกวันเสาร์ และอีก 1 รอบคัดเลือกวันอาทิตย์

หากนักแข่งคนใดไม่ต้องการนำลงรถทำการฝึกซ้อม ไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดกติกาแต่อย่างใด แต่สำหรับรอบคัดเลือกนั้น จะต้องเข้าร่วมทุกคน โดยในรอบคัดเลือกนั้น นักแข่งจะต้องพยายามทำเวลาให้ดีที่สุดในรอบที่เรียกว่า ฟลายอิ้งแล็บ (flying lap) โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะนำ flying lap จากวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ มาใช้ในการจัดลำดับการออกสตาร์ทในวันแข่งจริง

สำหรับลำดับการวิ่งในรอบคัดเลือกนั้น จะแตกต่างกันสำหรับวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ โดยวันเสาร์นั้นจะใช้อันดับจากการแข่งขันในสนามก่อนหน้านี้ โดยผู้ทำอันดับดีที่สุดจะได้สิทธิ์ลงทำเวลารอบคัดเลือกก่อน ขณะที่วันอาทิตย์ จะสลับให้ผู้ทำเวลาแย่ที่สุดในวันเสาร์ ได้ลงทดสอบเวลาเป็นคันแรกบ้าง ทั้งนี้ในการแข่งขันรอบคัดเลือก นักแข่งจะโดนแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อยๆ โดยแต่ละกลุ่มย่อยจะมีนักแข่งกลุ่มละ 5 คนด้วยกัน

กติกายังระบุไว้อีกว่าในการทำเวลารอบคัดเลือกนั้น จะไม่อนุญาตให้มีรถ 2 คันลงทำเวลา flying lap ได้พร้อมกัน นอกจากนี้หากแข่งคนไหนไม่สามารถนำรถออกจากพิตได้เมื่อถึงกำหนด จะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งรอบคัดเลือกในช่วงนั้นทันที

สำหรับนักแข่งที่รถมีปัญหาในจังหวะที่อยู่ในช่วง out-lap (ในการวิ่งรอบคัดเลือกจะถูกแบ่งเป็น 3 ช่วงด้วยกันก็คือ in-lap, flying-lap และ out-lap) ให้ถือว่าต้องออกจากการคัดเลือกในช่วงนั้นทันที และนักแข่งคนถัดไปจะนำรถลงสนามได้ก็ต่อเมื่อได้รับสัญญาณจากเจ้าหน้าที่สนาม

ขั้นตอนการออกสตาร์ท (Race start procedure)
นักแข่งทุกคนและทีมแข่งทุกทีม จะต้องปฏิบัติตามกติการอย่างเคร่งครัดสำหรับขั้นตอนการออกสตาร์ท

โดยปกติแล้ว การเตรียมตัวสำหรับการออกสตาร์ทจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งนักแข่งแต่ละคนจะมีโอกาสได้ทดสอบความพร้อมเป็นขั้นสุดท้ายก่อนที่จะนำรถไปประจำตำแหน่งออกสตาร์ทของตัวเอง โดยหากนักแข่งคนไหนต้องการทดสอบรถเพิ่มเติม และจำต้องวิ่งผ่านกลุ่มรถที่อยู่ที่กริด (ตำแหน่งออกสตาร์ท) ให้นักแข่งคนนั้นนำรถวิ่งผ่านพิตเลนทุกครั้ง

ก่อนหน้าที่ฟอร์เมชั่น แล็ป จะเริ่มต้นขึ้น พิตเลน จะถูกปิดเป็นเวลา 15 นาที หากนักแข่งคนไหนยังอยู่ในพิตเลน ใหถือว่านักแข่งคนนั้นจะต้องออกสตาร์ทจากพิตเลนแทน

10 นาทีก่อนออกสตาร์ทจริง ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องยกเว้นเจ้าหน้าที่ทีม, คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และ นักแข่ง จะถูกกันออกจากกริดสตาร์ท และขณะที่เหลือเวลาอีก 5 นาทีนั้น รถทุกคันต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการออกสตาร์ท หากรถมีปัญหาเกิดขึ้น ให้นักแข่งนำรถไปต่อท้ายแถว หรือ ให้ออกสตาร์ทจากพิตเลนแทน

ขณะที่เหลืออีก 1 นาที รถทุกคันจะต้องติดเครื่องยนต์ให้พร้อม และขณะที่เหลือเวลา 15 วินาทีโดยประมาณก่อนไฟเขียวจะติด ผู้ที่อยู่ในสนามยกเว้นนักแข่งจะต้องออกจากสนาม

เสี้ยววินาทีที่ไฟเขียวออกสตาร์ทจะกระพริบนั้น หากนักแข่งคนใดเกิดเหตุสุดวิสัย จะต้องยกมือแจ้งเหตุทันที โดยหลังจากรถทุกคันได้สตาร์ทจากกริดไปแล้ว เจ้าหน้าที่สนามจะรีบนำรถคันดังกล่าวกลับไปที่พิตเลน ในช่วงนี้หากนักแข่งสามารถสตาร์ทรถได้ใหม่ขณะยังไม่เข้าพิต ก็จะได้รับอนุญาตให้แข่งต่อไปได้ทันที

ในระหว่างที่อยู่ในฟอร์เมชั่นแล็ปนั้น ห้ามไม่ให้มีการแซงกันเป็นอันขาด เว้นเสียแต่ว่าจะมีรถที่เกิดเหตุขัดข้องเกิดขึ้น รถคันหลังที่ตามมาถึงจะสามารถแซงผ่านไปได้ เช่นเดียวกันหากรถที่เกิดปัญหาสามารถวิ่งต่อไปได้ ก็จะได้รับอนุญาตให้แซงหน้าเพื่อกลับไปอยู่ในตำแหน่งออกจากกริดสตาร์ทตามเดิม

เรื่องของสภาพอากาศก็มีผลต่อการออกสตาร์ทเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นหากว่ามีฝนตกเกิดขึ้นก่อนการออกสตาร์ท 5 นาที ทีมแข่งแต่ละทีมก็จะได้เวลาพิเศษ 15 นาทีโดยประมาณเพื่อสำหรับการเปลี่ยนไปใช้ยางที่เหมาะสม

หากว่าสภาพอากาศอยู่ในขั้นที่วิกฤติ หรือ เลวร้ายสุดๆ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน อาจจะตัดสินใจยกเลิกขั้นตอนการออกสตาร์ท และอาจตัดสินให้กลับมาออกสตาร์ทกันใหม่หากว่าสภาพอากาศกลับสู่สภาวะปกติ นอกจากนี้ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน อาจจะยอมให้มีการออกสตาร์ทกันโดยมีรถเซฟตี้คาร์วิ่งนำหน้าได้เช่นกัน

รถเซฟตี้ คาร์ (Safety car)
รถเซฟตี้ คาร์นั้น ชื่อของมันก็บอกหน้าที่ และ ความหมายไว้อย่างชัดเจนดีอยู่แล้ว ก็คือมีหน้าที่ช่วยให้สนามแข่งขันอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย และ ปลอดภัยสำหรับการแข่งขันตลอดโปรแกรมการแข่ง ผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถเซฟตี้ คาร์ มักจะเป็นอดีตนักแข่งรถที่มากไปด้วยประสบการณ์ โดยบนรถเซฟตี้ คาร์ นี้ จะมีผู้สังเกตุการณ์การแข่งจาก FIA นั่งควบคู่ไปด้วย และ จะทำการรายงานผ่านวิทยุสื่อสารทันทีหากว่ามีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น

ทั้งนี้หากมีอุบัติเหตุที่ไม่ร้ายแรงเกิดขึ้นถึงกับต้องยกเลิกการแข่งขัน แต่อาจจะดูหนักกว่าการใช้ธงเหลือง รถเซฟตี้ คาร์ ก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในทันที เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้นักแข่งที่อยู่ในสนามชะลอความเร็วของรถลง

ในช่วงของฟอร์เมชั่น แล็ป รถเซฟตี้ คาร์ จะวิ่งนำหน้าขบวน โดยรถที่ตามกันมานั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีการแซงกัน โดยหากไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น รถเซฟตี้ คาร์ จะส่งสัญญาณพร้อมไปที่ข้างสนาม เพื่อเป็นสัญญาณให้รถที่วิ่งตามหลังกันมาสามารถแซงขึ้นหน้าไปได้

นอกจากนี้ หากสภาพอากาศไม่ปกติ รถเซฟตี้ คาร์ จะต้องลงมาวิ่งนำหน้ารถทุกคนในสนาม เช่นเดียวกับที่รอบทุกรอบที่มีรถเซฟตี้ คาร์ วิ่งนำหน้า ให้ถือเป็นการนับรอบโดยปกติ

การตรวจสอบ และ ชั่งน้ำหนัก (Scrutineering and weighing)
รถทุกคันจะต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อดูว่าเป็นไปตามข้อบังคับ และ กติกาที่ตกลงกันไว้หรือเปล่า โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน มีสิทธิ์เรียกตรวจสอบรถทุกคันได้ในทุกช่วงเวลาตามที่ต้องการ

โดยปกติแล้ว รถทุกคันจะได้รับการตรวจสอบหลังการประชุมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในวันพฤหัสบดี (อาจจะเป็นวันพุธ หากเป็นรายการ โมนาโก กรังด์ปรีซ์) และในระหว่างที่ทำการตรวจสอบ จะห้ามไม่ให้นำรถออกจากจุดตรวจเพื่อกระทำการอื่นเป็นอันขาด

นอกเหนือจากการตรวจสอบ ถอดชิ้นส่วนต่างเช็คดูความเรียบร้อยแล้ว การชั่งน้ำหนัก ก็เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่รถทุกคันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ (โดยปกติแล้ว น้ำหนักรถ+น้ำหนักนักแข่งจะอยู่ที่ต่ำสุดไม่น้อยกว่า 600 กิโลกรัม และอาจเพิ่มเป็น 605 กิโลกรัมในช่วงของการวิ่งรอบคัดเลือก)

หากรถคันใดมีน้ำหนักต่ำกว่าที่กำหนด ก็อาจจะถูกยกเลิกเวลาในรอบคัดเลือก และอาจจะหนักถึงขั้นให้พ้นจากการแข่งขันในสนามนั้นๆ

รถสำรอง และ เครื่องยนต์ (Spare cars and engines)

ในกติกาที่ FIA บัญญัติเอาไว้นั้น เขียนไว้อย่างชัดเจนว่านักแข่งแต่ละคน จะมีรถสำหรับการฝึกซ้อม,ทดสอบ,ลงแข่ง ได้คนละไม่เกิน 4 คันโดยทั่วไปแล้วทีมแข่งมักจะนำรถสำรองพ่วงมาด้วย โดยนักแข่งแต่ละคนจะมีรถสำรองของตัวเองคนละ 1 คัน ซึ่งในการจะใช้รถสำรองเหล่านี้ ก็ยังมีข้อบังคับตามมาอีกมากมาย

ก่อนหน้าที่จะลงทดสอบเวลารอบคัดเลือกวันแรกนั้น นักแข่งแต่ละคนจำเป็นต้องระบุรถที่จะใช้จริง และ สำรอง รวมทั้งสิ้น 2 คันไว้อย่างชัดเจน

หากนักแข่งรายใดจำเป็นต้องนำรถสำรองออกมาใช้หลังจากการวิ่งรอบคัดเลือกผ่านพ้นไปแล้ว นักแข่งรายนั้นจะต้องไปออกสตาร์ทจริงจากพิตเลนแทน

และเมื่อการแข่งขันจริงเริ่มต้นไปแล้ว นักแข่งจะไม่สามารถสลับไปใช้รถสำรองได้อีก ไม่ว่าจะในกรณีใดๆก็ตาม

ในส่วนของเครื่องยนต์ก็มีข้อบังคับที่ควรรู้ และ ศึกษาไว้เช่นกัน กล่าวคือ นักแข่งทุกคนจะสามารถใช้เครื่องยนต์ได้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นสำหรับการแข่งขัน 2 รายการติดต่อกัน หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์จริงๆ และต้องเปลี่ยนก่อนหน้าที่จะมีการวิ่งรอบคัดเลือกวันแรก นักแข่งรายดังกล่าวจะต้องโดนปรับอันดับในการออกสตาร์ทจริงจากเดิมลงไปอีก 10 อันดับ

หากนักแข่งรายใด ต้องการเปลี่ยนเครื่องหลังจากการทดสอบเวลาวันแรกผ่านพ้นไปแล้ว นักแข่งรายนั้นจะต้องไปต่อท้ายขบวนโดยอัตโนมัติในการออกสตาร์ทการแข่งขันจริง

สำหรับนักแข่งที่ต้องออกจากการแข่งขันกลางคัน นักแข่งรายนั้นจะสามารถเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการทำผิดกติกาแต่อย่างใด

การยกเลิกการแข่งขันกลางคัน และ การกลับมาแข่งขันต่อหลังเกิดเหตุใดให้ต้องระงับไป (Suspending and resuming a race)

หากการแข่งขันจำเป็นต้องยกเลิก หรือ ยุติ เพราะมีอุบัติเหตุหนัก หรือ เพราะสภาพสนามแข่งชำรุดเสียหาย ธงแดงจะถูกโบกสะบัดให้นักแข่งได้รู้ โดยนักแข่งจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีการแซงกันได้ในระหว่างที่มีธงแดง ขณะเดียวกันทางออกของพิตเลนจะถูกปิดชั่วคราว

ในกรณีที่นักแข่งคนใดพยายามฝ่าฝืนกติกา ด้วยการแซงรถคันอื่นในขณะที่มีธงแดงเกิดขึ้นนั้น นักแข่งรายดังกล่าวจะต้องถูกลงโทษด้วยกฏ drive-through penalty

เมื่อมีธงแดง รถเซฟตี้ คาร์ จะกลับสู่สนาม และ วิ่งน้ำหน้ารถทุกคัน ขณะเดียวกันหากรถคันใดจำเป็นต้องมีการซ่อมแซม หรือ ปรับเปลี่ยนใดๆ เจ้าหน้าที่ทีมจะสามารถลงมาดูแลรถดังกล่าวถึงขอบสนามได้โดยไม่ผิดกติกา แต่ห้ามไม่ให้มีการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เป็นอันขาด

อย่างไรก็ดีหากมีรถคันไหนที่บังเอิญอยู่ในพิตพอดีกับจังหวะที่มีธงแดงเกิดขึ้น รถคันนั้นยังสามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
space F-1 Learning

หัวข้อชีวิตที่ปราศจาก Launch control
หัวข้อน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel)
หัวข้อเครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ (Engine/ gearbox)
หัวข้ออุปกรณ์ของนักแข่ง (Driver’s clothing)
หัวข้อความรู้เกี่ยวกับการแข่งขันเอฟวัน (Understanding the sport)

[มีต่อ]
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: การฝึกซ้อม และ ลงแข่งรอบคัดเลือก (Practice and qualifying)

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 97

  1. Re: การฝึกซ้อม และ ลงแข่งรอบคัดเลือก (Practice and qualifying)

  2. Re: การฝึกซ้อม และ ลงแข่งรอบคัดเลือก (Practice and qualifying)

  3. Re: การฝึกซ้อม และ ลงแข่งรอบคัดเลือก (Practice and qualifying)

  4. Re: การฝึกซ้อม และ ลงแข่งรอบคัดเลือก (Practice and qualifying)

  5. Re: การฝึกซ้อม และ ลงแข่งรอบคัดเลือก (Practice and qualifying)

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

.